ปัญหาที่พบบ่อยในการอุทธรณ์การจัดซื้อจัดจ้าง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ปัญหาที่พบบ่อยในการอุทธรณ์การจัดซื้อจัดจ้าง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
โดย ... เดียวดาย
1. การกำหนดเงื่อนไขหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคาไม่เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 214 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการกำหนด คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ การกำหนดผลงาน การระบุคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือยี่ห้อของพัสดุ และการพิจารณาคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐกรณีการกำหนดสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ข้อ 1.2.3 วรรคหนึ่ง กำหนดให้กรณีที่หน่วยงานของรัฐมีความจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขในการยื่นหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายของพัสดุที่จะจัดซื้อ ให้กำหนดว่า “ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา” แต่พบว่า หลายกรณีคณะกรรมการกำหนด TOR ของหน่วยงานของรัฐหลายแห่งกำหนดไม่เป็นไปตามหนังสือแจ้งเวียนดังกล่าวข้อ 1.2.3 เช่น กำหนดว่า “กำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์พร้อมแสดงเอกสาร ยื่นแสดงต่อคณะกรรมการเพื่อได้สินค้าที่เป็นของแท้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สูงสุดทางราชการ” จะเห็นว่า การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวต้องได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์เท่านั้น โดยไม่มีถ้อยคำว่า หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามหนังสือแจ้งเวียนดังกล่าวข้อ 1.2.3 ซึ่งหากมีการตัดสิทธิ์ผู้เสนอราคาตามเงื่อนไขดังกล่าวและมีการส่งผลการพิจารณาอุทธรณ์มายังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ที่ผ่านมาทุกเรื่องผลการพิจารณาอุทธรณ์จะฟังขึ้น และมีผลต่อการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีนัยสำคัญ และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน จะสั่งให้หน่วยงานของรัฐยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนั้น และดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป ตามนัยมาตรา 119 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติฯ
ดังนั้น ในการกำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่าย คณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐจะต้องกำหนดเงื่อนไขในการยื่นหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายของพัสดุที่จะจัดซื้อให้เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 214 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ข้อ 1.2.3 อย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้เกิดปัญหา เช่น หน่วยงานของรัฐหลายๆ แห่งที่จะต้องยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนั้น และต้องดำเนินการใหม่ให้ต่อไป ซึ่งจะส่งผลต่อความล่าช้าในการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องดังกล่าว อันเกิดจากการกำหนดเงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง
2. การกำหนดเงื่อนไขหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคาไม่เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 214 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการกำหนด คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ การกำหนดผลงาน การระบุคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือยี่ห้อของพัสดุ และการพิจารณาคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐกรณีการกำหนดสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญ กำหนดหลักเกณฑ์ว่า หากหน่วยงานของรัฐจะกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารใดเพื่อประกอบการพิจารณาผลวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป หน่วยงานของรัฐต้องกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมไว้ในแบบเอกสารเชิญชวนที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดในข้อ 3.1 ส่วนที่ 1 หรือ ข้อ 3.2 ส่วนที่ 2 เท่านั้น ตัวอย่างเช่น หน่วยงานของรัฐกำหนดเงื่อนไขว่า ข้อ 1.1.9 ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน CE - Certified ข้อ 1.1.10 เป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 จะเห็นได้ว่า ตามเงื่อนไขดังกล่าวกำหนดไม่ชัดเจนว่า ต้องการให้ผู้เสนอราคาจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในขั้นตอนใด เนื่องจากไม่มีถ้อยคำว่าต่อท้าย ว่า ทั้งนี้ผู้เสนอราคาจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมในวันยื่นเสนอราคา ดังนั้น ตามเงื่อนไขดังกล่าว หากผู้เสนอราคาไม่ยื่นเอกสารตามเงื่อนไขข้อ 1.1.9 และ ข้อ 1.1.10 หากคณะการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตัดสิทธิ์ผู้เสนอราคาที่ไม่ยื่นเอกสารตามเงื่อนไขข้อ 1.1.9 และข้อ 1.1.10 และส่งผลการพิจารณาอุทธรณ์มายังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียนจะพิจารณาการอุทธรณ์ดังกล่าวว่า อุทธรณ์ฟังขึ้น เนื่องจากกรณีนี้หน่วยงานของรัฐไม่ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารรับรองตามมาตรฐาน CE - Certified และเอกสารรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 ในวันยื่นเสนอราคา ไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 3 แต่อย่างใด
ดังนั้น ในการกำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องยื่นเอกสารใดมาพร้อมการเสนอราคา คณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐจะต้องกำหนดเงื่อนไขในการที่ผู้เสนอราคาจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวให้เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 214 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ไว้ในแบบเอกสารเชิญชวนที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดในข้อ 3.1 ส่วนที่ 1 หรือข้อ 3.2 ส่วนที่ 2 เท่านั้น อย่างเคร่งครัด และโดยเฉพาะงานจ้างก่อสร้างและงานจ้างทั่วไป แม้จะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารตามเงื่อนไขที่กำหนดใน TOR อย่างชัดเจนก็ตาม แต่หากหน่วยงานของรัฐไม่ได้นำเงื่อนไขดังกล่าวไปกำหนดไว้ในแบบเอกสารเชิญชวนที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดในข้อ 3.1 ส่วนที่ 1 หรือข้อ 3.2 ส่วนที่ 2 การที่ผู้เสนอราคาไม่ได้ยื่นเอกสารดังกล่าว จะถือว่าผู้เสนอราคาไม่ผิดเงื่อนไขดังกล่าวแต่อย่างใด กรณีนี้ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารรับรองมาตรฐาน CE - Certified และเอกสารรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 ในวันยื่นเสนอราคา ไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 3 แต่อย่างใด ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างของผู้อุทธรณ์ในประเด็นนี้ ฟังขึ้น
3.การกำหนดเงื่อนไขหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคาไม่เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ซึ่งตามหนังสือแจ้งเวียนของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐดังกล่าว ต้องการให้คณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐจะต้องกำหนดเงื่อนไขในการให้คะแนนด้านเทคนิคเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 8 คือ โปร่งใส และเป็นธรรมต่อผู้เข้าแข่งขันในการเสนอราคา และเป็นไปตามหลักการและแนวคิดในการที่หน่วยงานของรัฐจะใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐ จึงได้กำหนดแนวทางเพื่อเป็นตัวอย่างให้คณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐจะต้องกำหนดเงื่อนไขในการให้คะแนนด้านเทคนิค อย่างถูกต้อง เหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรมต่อผู้เข้าแข่งขันในการเสนอราคา และหน่วยงานของรัฐได้สินค้าหรืองานจ้างหรือการบริการที่เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของรัฐอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การที่คณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐจะใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 83 (2) คือ จะต้องเป็นงานซื้อหรือจ้างที่มีความซับซ้อน มีเทคโนโลยีสูง หรือมีเทคนิคเฉพาะ หน่วยงานของรัฐจึงจะใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอได้ แต่จากการที่มีการส่งเรื่องผลการพิจารณาพิจารณาอุทธรณ์มายังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน หลายๆ เรื่อง เป็นงานซื้อจ้างทั่วไปที่ไม่ได้มีความซับซ้อน มีเทคโนโลยีสูง หรือมีเทคนิคเฉพาะตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 83 (2) แต่อย่างใด เช่น การจัดซื้อรถยนต์กระบะบรรทุกการจัดซื้อรถขยะ การจ้างแม่บ้าน การจ้างก่อสร้างถนนของ อบต. เทศบาล งานก่อสร้าง หรือ การปรับปรุงอาคารสำนักงานทั่วไป ซึ่งงานลักษณะดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อน มีเทคโนโลยีสูง หรือมีเทคนิคเฉพาะ หน่วยงานของรัฐจึงไม่ควรใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ แต่ควรใช้เกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุด) ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ ซึ่งที่ผ่านมามีหน่วยงานของรัฐ หลายๆ แห่ง ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ ในงานดังกล่าวข้างต้น และถูกผู้เสนอราคารายต่ำสุดอุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะในงานดังกล่าว ซึ่งผลการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียนพบว่า การกำหนดเกณฑ์การให้ให้คะแนนด้านเทคนิคของคณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐไม่เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ซึ่งตามหนังสือแจ้งเวียนของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐดังกล่าว ข้อ 1.1 กำหนดว่า ทั้งนี้ เกณฑ์คุณภาพจะต้องมีข้อเสนอด้านเทคนิคประกอบด้วยทุกครั้ง และให้กำหนดน้ำหนักการให้คะแนนเกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิคมากที่สุด ซึ่งตามข้อ 1.1 ดังกล่าว หมายความว่า ในการกำหนดหัวข้อในการให้คะแนน จะต้องมีข้อเสนอด้านเทคนิคของงานที่จะซื้อหรือจ้างนั้นมากำหนดเป็นเกณฑ์การให้คะแนน เช่น ตามที่กำหนดในหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 ตัวอย่างในการจัดซื้อเครื่องเอกซ์เรย์สินค้า เช่น ความสามารถในการทะลุทะลวง ความสามารถในการแยกเห็น ความสามารถในการตรวจพบ เป็นต้น แต่ที่ผ่านมาพบว่า ไม่มีกำหนดข้อเสนอด้านเทคนิคของงานที่จะซื้อหรือจ้างนั้นมากำหนดเป็นเกณฑ์การให้คะแนนแต่อย่างใด แต่คณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐ เข้าใจว่า การกำหนดหัวข้อในการให้คะแนนของตนมีข้อเสนอด้านเทคนิคแล้ว เช่น กำหนดว่า ถ้ามีผลงานหรือประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมา การกำหนดศูนย์บริการ การกำหนดระยะเวลารับประกันชำรุดบกพร่องที่มากกว่าที่ TOR กำหนด การกำหนดดังกล่าวเป็นหัวข้อด้านคุณภาพอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ข้อเสนอด้านด้านเทคนิคของงานที่จะซื้อหรือจ้างนั้นมากำหนดเป็นเกณฑ์การให้คะแนนแต่อย่างใด การกำหนดหัวข้อในการให้คะแนนดังกล่าวโดยไม่มีข้อเสนอด้านด้านเทคนิคจึงไม่เป็นไปตามข้อ 1.1 ของหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ดังนั้น จึงควรยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้ และดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป
นอกจากนี้ยังพบอีกว่า คณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐดำเนินการไม่เป็นไปตามข้อ 1.3 ของหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น แต่เนื่องจาก ได้นำเงื่อนไขในขอบเขตของงานฯ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องผ่านคุณสมบัติมากำหนดเป็นเกณฑ์การให้คะแนน ซึ่งไม่ใช่เกณฑ์คุณภาพที่เหนือกว่าที่ TOR กำหนด คือ ถ้าผู้ยื่นข้อเสนอยื่นตรงตามที่ TOR กำหนด ได้คะแนนเต็ม แต่หากยื่นไม่ตรง ได้คะแนนครึ่งหนึ่ง ซึ่งที่ถูกต้องผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าวจะต้องถูกตัดสิทธิ์ให้ไม่ผ่านการพิจารณา เนื่องจากยื่นข้อเสนอไม่เป็นไปตามเงื่อนเงื่อนไขในขอบเขตของงานฯ แต่ตามเกณฑ์การให้คะแนน ผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าวกลับด้านคะแนนด้านคุณภาพทั้งที่ยื่นข้อเสนอไม่เป็นไปตามเงื่อนเงื่อนไขในขอบเขตของงานฯ การกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตาม ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 และบางกรณียังพบอีกว่า ตามเงื่อนไขในขอบเขตของงานฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละเกณฑ์ย่อยเป็นช่วงคะแนน เช่น กำหนดว่า ถ้ายื่นครบไม่น้อยกว่า 5 ข้อ จะได้คะแนน 10-15 คะแนน เป็นต้น ซึ่งเป็นการกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนที่ไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอไม่ทราบตั้งแต่ต้น ว่าจะพิจารณาอย่างไร การกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตาม
ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 เช่นกัน ดังนั้น จึงควรยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้ และดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป ที่ผ่านมาในการประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารของหน่วยงานของรัฐ แม้งานนั้นจะมีวงเงินสูง และมีความซับซ้อน ด้านเทคนิค และหน่วยงานของรัฐกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น แต่การกำหนดหัวข้อในการให้คะแนนคณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐไม่ได้กำหนดให้มีข้อเสนอด้านเทคนิค จำนวนหลายโครงการมาก เป็นเหตุให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน พิจารณาอุทธรณ์ว่า หน่วยงานของรัฐดำเนินการไม่เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น และให้ยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง และดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป
ดังนั้น กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น คณะกรรมการกำหนด TOR และหน่วยงานของรัฐ จะต้องกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนให้เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 198 ลงวันที่ 8 เมษายน 2564 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดเกณฑ์การพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น อย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนนำเงื่อนไขดังกล่าวไปประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอต่อไป
.............................